News

Startups take notes from Korean unicorns

Published: 30 September 2019

 

Localisation, differentiation and supporting new talent are the keys to success among unicorn startups in South Korea, a model that Thai startups can follow.

Six Thai startups were taken to South Korea in mid-September under Line’s ScaleUp programme, aimed at expanding local startups and helping them gain international funding. They visited three leading tech firms in South Korea.

Localisation first

“Naver Corporation, the parent firm of Line, took 20 years to evolve from a startup to a global tech firm, and now ranks fifth in terms of market capitalisation in South Korea. It is worth US$22 billion (674 billion baht),” said Jayden Kang, chief of strategy and head of Line Man at Line Thailand.

Naver’s journey began as a corporate venture at Samsung SDS in 1997 with six people. In 1999, Naver separated from Samsung and operated a search engine to let user search for information on 3.1 million websites in the Korean language at that time.

In 2002, Naver embarked on the Knowledge iN forum, where questions could be posted by anyone on the website and answered by other users.

Based on local content, Naver became the third-largest website in South Korea in 2001, reaching No.1 three years later.

Naver has 89 vertical services in its portal, including music, video on demand, e-books, shopping, e-commerce and property. The main source of revenue is banner advertising. Line’s top four markets are Japan, Thailand, Taiwan and Indonesia.

“To expand business overseas, Thai startups don’t need to rush,” Mr Kang said. “They need to have a firm grounding in the domestic market and then expand their footprint.”

Dare to change

Jongho Joo, head of the investment team at Woowa Brothers, the operator of a food delivery app in South Korea called Baedal Minjok, said its business started from disseminating restaurant brochures.

Woowa Brothers became a unicorn startup in December 2018.

In 2018, the company’s revenue was 32 billion won (818 million baht).

Restaurants can either use a delivery service from the app or their own drivers.

“Our services refrain from charging a commission fee from restaurants, unlike our rivals, instead earning from advertising in the app and delivery charges,” Mr Joo said.

Focus on talent

A representative from Krafton Game Union, a group of various game studios that have rolled out scores of popular games such as PUBG (PlayerUnknown’s Battlegrounds), stressed that most game developers have a creative spirit but business success cannot be guaranteed.

“This is why small game studios struggle to survive, because of financial pressure,” said the representative, who asked not to be named.

Five studios formed the union in 2015. Even though they operate independently, they have strong partnerships to share revenue and development.

“By operating as a union, this enables us to keep talented people and boost synergy,” the representative said.

LINE ScaleUp ดันสตาร์อัพตอบโจทย์สังคมไทย เปิดพื้นที่ระดม “หัวกะทิดิจิทัล” มุ่งสู่เป้าหมาย Thailand 4.0

Published: 3 November 2019

 

ผ่านไปแล้วสำหรับงานด้านดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการตอบรับมากที่สุด  ดิจิทัลไทยแลนด์บิ๊กแบง (Digital Thailand Big Bang 2019) โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลหรือดีป้าศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนาซึ่งได้รับผลตอบรับดีเกินคาดผู้ร่วมงานเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้สามารถขับเคลื่อนเป้าหมายพัฒนาองค์ความรู้และเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทยได้อย่างก้าวกระโดดและหนึ่งในดาวเด่นของงานนี้ต้องยกให้ไลน์ประเทศไทยที่มีหน่วยงานราชการตลอดจนหน่วยงานเอกชนบริษัทหรือแบรนด์ต่างๆและผู้สนใจทั่วไปเข้าเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก

นอกจากการนำเสนอนวัตกรรมและโครงการต่างๆ ของ LINE เพื่อเป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีมาทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้นในด้านที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงการให้คำแนะนำ คำปรึกษาและนำเสนอโซลูชั่นมากมายบนแพลตฟอร์ม LINE ที่สามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับบริการของภาครัฐได้ ตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่อง Digital Economy ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมได้แล้ว ภายในบูธของ LINE ยังเป็นพื้นที่ให้ 6 สตาร์ทอัพดาวรุ่งของประเทศไทยที่ร่วมในโครงการ LINE ScaleUp 2019 ได้โชว์นวัตกรรมบริการดิจิทัลที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม LINE ทั้งยังสอดรับกับการทำข้อตกลงความร่วมกับภาครัฐในการสร้าง Digital Startup ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกด้วย 

LINE ScaleUp 2019 คือโครงการจาก LINE ประเทศไทยในการคัดสรรและผลักดันสตาร์ทอัพไทยให้ก้าวสู่ฝั่งฝันของการเป็นยูนิคอร์นไทยตัวแรกของโลก ซึ่งสตาร์ทอัพทั้ง 6 ทีมได้ผ่านการคัดเลือกและเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมและอบรมเชิงลึกมากมายจากทาง LINE  ในด้านต่างๆ ทั้งในด้านเทคโนโลยี ด้านแผนธุรกิจ จนถือเป็นกลุ่มคนดิจิทัลที่มีศักยภาพสูงถึง 6 ทีมด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Choco CRM, Claimdi, FINNOMENA, Gowabi, Seekster และ Tellscore ทุกทีมต่างได้รับองค์ความรู้และเทคนิคต่างๆ จากทาง LINE และมีส่วนผลักดันการใช้แพลตฟอร์มของ LINE ให้เข้าถึงกลุ่มประชาชนจำนวนมาก ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และทำให้คุณภาพชีวิตคนไทยดีขึ้น พวกเขาจึงพร้อมก้าวไปสู่ยูนิคอร์นไทยตัวแรก มุ่งสู่เวทีดิจิทัลระดับโลกอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุค Thailand 4.0 

หนึ่งในความสำเร็จของสตาร์ทอัพไทยที่มีศักยภาพสูงจากโครงการ LINE ScaleUp 2019  อย่าง ClaimDi (@claimdi) แพลตฟอร์มจัดหาผู้ช่วยสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ คือตัวอย่างอันโดดเด่นของสตาร์ทอัพที่มีบทบาทช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 ในเชิงบริการสาธารณะ โดยมุ่งเน้นให้บริการเพื่อก่อประโยชน์ในระดับภาครัฐอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป้าหมายหลักที่ ClaimDi เข้าร่วมงานครั้งนี้เพื่อจะสร้างการรับรู้ว่า นี่คือเครื่องมือที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยดีขึ้นในทุกๆ ด้าน ผ่านช่องทางหรือแพลตฟอร์มที่เข้าถึงผู้ใช้ได้ในวงกว้างอย่าง LINE Official Account @claimdi 

ClaimDi เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของสตาร์ทอัพที่ช่วยส่งเสริมบริการของภาครัฐ ด้วยการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Police i lert u แอปพลิเคชันแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายผ่านสมาร์ทโฟนและขอความช่วยเหลือจากตำรวจได้ตลอดเวลา ตลอดจนเชื่อมต่อฐานข้อมูลผู้เอาประกันภัย เพื่อรับแจ้งการเกิดอุบัติเหตุตลอด 24 ชั่วโมง ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยนอกจากจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ขับขี่แล้ว ยังเดินหน้าสานต่อโซลูชันที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม มีส่วนช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย Me Claim 360 เชื่อมโยงแพลตฟอร์มการให้บริการ มาพร้อมจุดขาย VDO Streaming ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรายงานและติดตามข้อมูลการขับขี่แบบเรียลไทม์ เพื่อประเมินผลการใช้รถให้กับบริษัทประกันภัยและองค์กรผู้เอาประกันภัย จึงป้องกันการทุจริตจากการแจ้งเคลมประกันเท็จ และสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ช่วยแก้ปัญหาการโจรกรรมยานพาหนะ ตลอดจนอาชญากรรมอื่นๆ บนท้องถนนได้อีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ นอกเหนือจากพันธกิจสำคัญของ LINE ประเทศไทย ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Digital Startup ด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้และเครื่องมือต่างๆ ให้กับสตาร์ทอัพไทยอย่างเต็มที่ ผ่านโครงการ LINE ScaleUp แล้ว LINE ยังพร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มคุณภาพส่งบริการเข้าถึงคนไทยอย่างไม่หยุดยั้ง และมุ่งสนับสนุนให้สังคมไทยมีความพร้อมด้าน Digital Content ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งตอนนี้ LINE เปิดโอกาสให้พันธมิตรผู้สร้างคอนเทนต์ ผู้สนใจและมีศักยภาพในตัว เข้ามาใช้แพลตฟอร์มของ LINE เพื่อการพัฒนาและต่อยอดคอนเทนต์สร้างสรรค์ต่อไปด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ว่า LINE ประเทศไทย จะมีความพร้อมสนับสนุน ส่งเสริมความรู้ และนำเสนอแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพเข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมากให้กับภาครัฐ ร่วมกับการปั้น “คนดิจิทัลระดับหัวกะทิ” เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน  และเดินหน้าสู่ Smart Cities และยุคอุตสาหกรรม 4.0 ก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้น ต้องยอมรับว่าการเดินทางครั้งนี้จำเป็นต้องประสานมือร่วมกันทำงานกับหลายฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน นักพัฒนาโซลูชัน และผู้ใช้งานดิจิทัล เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยแลนด์ให้เป็นดินแดนดิจิทัลได้จริงๆ

Previous News

Published: 30 September 2019
©LINE Company (Thailand) Limited. All rights reserved